XML.com

XML.com
  Home | Resources | FAQs |
    
  Resource Centers
.
.
.








VISA XML

เชื่อว่าชื่อของ VISA คงเป็นที่คุ้นหูของทุกคน ยิ่งหากต้องติดต่อซื้อของผ่านทางอินเตอร์เน็ตกับผู้ค้ารายใหญ่ๆแล้วต่างก็ต้องอาศัยบัตรพลาสติกที่ติดโลโก้ตัวนี้ในการชำระนี้แทบทั้งสิ้น เพราะได้รับทั้งความสะดวกรวดเร็วในการชำระค่าสินค้าแล้วเมื่อได้รับใบแจ้งหนี้จากผู้ออกบัตรในอีกหลายวันถัดมาแล้วจึงค่อยไปชำระเสียคราวเดียว แต่หากมองดูไปถึงเบื้องหลังของธุรกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในกระบวนการสั่งซื้อ การตรวจสอบวงเงิน การเรียกเก็บเงิน การชำระเงินของเจ้าของบัตร การที่ร้านค้าได้รับการชำระหนี้จากธนาคารผู้ให้บริการ รวมถึงบริการอื่นๆ จะพบว่ามีการไหลเวียนของข้อมูลผ่านระบบคอมพิวเตอร์ต่างๆ มากมายหลายขั้นตอนด้วยกัน และในแต่ละวันจำนวนของการทำธุรกรรม (Transactions) ที่ล้านๆ รายการ หากไม่มีระบบการจัดการที่ดี กิจกรรมเหล่านี้คงไม่มีความสะดวกรวดเร็วเหมือนในปัจจุบัน

เมื่อตอนกลางปี 2543 บริษัท Visa International ได้ออกประกาศมาตรฐานการรับส่งข้อมูลอันใหม่ที่จะช่วยให้การการประสานงานระหว่างธุรกิจต่างๆ ที่ดำเนินกิจกรรมแบบ Business to Business (B2B) ทั้งด้านการจัดซื้อ การตรวจสอบรายจ่ายในการเดินทาง การเลี้ยงรับรองทั่วโลก ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ทั้งแบบธรรมดาหรือผ่านทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งมาตรฐานตัวใหม่นี้อาศัยหลักการของ XML ในการแลกเปลี่ยนใบแจ้งหนี้ (Invoice) และการชำระเงิน (Payment) ระหว่างระบบต่างๆ กับองค์กรธุรกิจทุกประเภทที่อาจมีระบบคอมพิวเตอร์ที่หลากหลาย ให้สามารถสื่อสารเชื่อมโยงกันได้ โดยโครงการ Visa Globa XML Invoice Specification นี้ได้รับการพัฒนาโดยอาศัยความร่วมมือระหว่าง Commerce One, IBM, Sun Microsystems และ ValiCert ของอเมริกา เพื่อที่จะได้มาซึ่งมาตรฐานในการสื่อสารข้อมูลอันเดียวกัน

ปัจจุบันรายละเอียดของมาตรฐาน Visa XML จะสนับสนุนทางด้าน
- รายละเอียดใบแจ้งหนี้ของกระบวนการจัดซื้อ (Procurement) ซึ่งรวมไปถึง B2B E-Commerce
- ข้อมูลของสายการบินและการท่องเที่ยว
- ข้อมูลเกี่ยวกับโรงแรมที่พัก (รวมถึงรายละเอียดค่าใช้จ่าย)
- ข้อมูลการเช่ารถ (รวมถึงรายละเอียดค่าใช้จ่าย)


สำหรับในอนาคตจะสนับสนุนข้อมูลทางด้าน
- การรักษาพยาบาล
- เกี่ยวกับรัฐ
- การให้บริการแบบชั่วคราว
- และอื่นๆ


Visa XML invoice
ลักษณะของ Visa XML invoice นั้นจะครอบคลุมความต้องการที่กว้างมาก โดยสามารถครอบคลุมทั้งธุรกรรมที่อยู่ในรูปของอิเลคทรอนิกส์และแบบที่ใช้กระดาษทั่วไป ทั้งการติดต่อซื้อขายกันเป็นประจำหรือเป็นครั้งคราว ธุรกิจด้านใด จะมีการคิดภาษีแบบไหน หรือไม่ว่าจะมีระบบบัญชีแบบใด หรือประเทศไหนก็ตาม
ลักษณะโครงสร้างของ XML นั้นจะอาศัยหลักการพื้นฐานของ CBL v2.0 ของ CommerceOne (จะกล่าวถึงในโอกาสต่อไป) โดยได้ทำการปรับปรุงในหลายๆส่วนด้วยกัน เพื่อให้รองรับสถาณการณ์ต่างๆ เช่นความสามารถในการรองรับการคิด VAT ตามข้อกับหนดของประชาคมยุโรป และประเทศอื่นๆอีกกว่า 100 ประเทศ

โครงสร้างของ XML
ลักษณะของ Visa XML มีโครงสร้างโดยทั่วไปประกอบด้วย 3 ส่วน

ซึ่งหากมองในรูปของ XML Element ก็จะมีลักษณะคร่าวๆ ดังนี้
<Invoice SetorUsageVersion="1">
<InvoiceHeader>
: :
</InvoiceHeader>
<InvoiceDetails>
: :
</InvoiceDetails>
<InvoiceSummary>
: :
</InvoiceSummary>
</Invoice>

โดยรายละเอียดของแต่ละส่วนสามารถสรุปได้ตามตารางข้างล่าง

ชื่ออีลีเม้นท์ คำอธิบาย
Invoice Header จะเก็บข้อมูลเกี่ยวกับ invoice เช่นประเภท หมายเลข invoice ชื่อที่อยู่ของผู้ซื้อและผู้ขาย
Invoice Details จะเก็บข้อมูลทั้งหมดของรายการนั้นๆ โดยสามารถจะมีรายการซ้ำกันได้
Invoice Summary เก็บข้อมูลรวมรายการต่างๆ ทั้งรายการภาษี และการชำระเงิน

สำหรับในส่วนของ Invoice Header รายการหลักๆ ก็จะเป็นการบ่งบอกถึงรายละเอียดของ invoice เช่น ชนิด สถานะ หมายเลข และวันที่เป็นต้น จะพบว่าชื่อของ Element จะบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าข้อมูลหลักคืออะไร โครงสร้างตัวของ XML ในส่วนนี้คือ
<InvoiceHeader>
 <InvoiceType/>
 <InvoiceStatus/>
  <TaxTreatment/>
 <DiscountTreatment/>
  <InvoiceTreatment/>
 <InvoiceNumber>M0012345</InvoiceNumber>
  <Currency stdValue="GBP"/>
  <Party stdValue="SU">
: :
  </Party>
  <PONum>P0001</PONum>
  <Ref ….></Ref>
: :
 <Date …></Date>
: :
  </InvoiceHeader>

สำหรับ Element ย่อยลงไปที่น่าสนใจของ Invoice Header นั้นก็คือ <Party> ซึ่งจะเก็บข้อมูลชื่อที่อยู่และหมายเลขประจำตัวของ ข้อมูลอ้างอิงอื่นๆ ของผู้ที่เกี่ยวข้องกับใบแจ้งหนี้ฉบับนี้ โดยจะมีแอททริบิ้วท์ (Attribute) ชื่อว่า stdValue เป็นผู้ระบุว่าข้อมูล Party ชุดนั้นๆ เกี่ยวข้องเป็นอะไร ดังตัวอย่าง (บางส่วน) ข้างล่าง

BY หมายถึง ผู้ซื้อ (Coporate)
SU หมายถึง Supplier
IV หมายถึง ผู้รับ invoice (Invoicee)
PE หมายถึง ผู้ที่รับชำระเงิน


นอกจากนี้ก็มี PI (Merchant details), DP (Delivery party) หรือผู้รับสินค้า และ SF (Ship from) หรือผู้ส่งสินค้า
ทั้งนี้ในส่วนของ Invoice Header นี้จะมีจำนวนข้อมูลของฝ่าย (Party) กี่ตัวก็ได้แต่อย่างน้อยต้องมี 3 ฝ่ายโดยข้อมูลที่สำคัญคือ ชื่อที่อยู่หมายเลขอ้างอิง ดังตัวอย่าง
<Party stdValue="BY">
<PartyID>AB101</PartyID>
<Name>
 <Name1>Somchai Delert</Name1>
 <Name2>eCommerce Department</Name2>
 <Name3>Some Company Inc.</Name3>
</Name>
<Street>
 <Street1>Soi 23</Street1>
 <Street2>Sukumvit</Street2>
</Street>
<PostalInfo>
  <City>Bangkok</City>
 <PostalCode>10510</PostalCode>
 <Country>TH</Country>
</PostalInfo>
<Contact>
 <Name1>Somchai Delert</Name1>
</Contact>
<Ref>BK1234567890</Ref>
</Party>

จะเห็นได้ว่าในส่วนของ Invoice Header นั้นจะเก็บข้อมูลขั้นพื้นฐานที่เมื่อดูเอกสาร XML แล้วจะสามารถเข้าใจถึงตัวข้อมูลได้ทันที สำหรับประเด็นที่น่าสนใจในส่วนของ Invoice Detail ที่กล่าวถึงรายละเอียดของ Transaction นั้นๆ รวมทั้ง Invoice Summary ที่กล่าวถึงรายละเอียดทางภาษี และตัวอย่าง XML สำหรับในกรณีต่างๆ เช่นใบแจ้งหนี้ค่าที่พัก ค่าเช่ารถ จะนำเสนอต่อไป


 




 
Contact Us | Our Mission | Privacy Policy | Advertise With Us | Site Help
Copyright © 2002 Copy เค้ามาจาก www.xml.com จะได้ดูเหมือนๆกัน